แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Case study แสดงบทความทั้งหมด

Case Study 2.0 : ลงโฆษณากับ Google Adwords โอกาสหรือหายนะ



กระทู้นี้ถูกเขียนขึ้นในห้อง "สีลม" ของ "WebSite ชื่อดังแห่งหนึ่ง ซึ่งผมก็ถูกแนะนำมาจากรุ่นน้องคนนึงที่เผอิญไปพบเห็นเข้าในโลกของ Social Network และส่งต่อมาให้ผมอ่าน ซึ่งในกระทู้นี้อาจมีทั้งความจริงและเท็จอยู่ในนี้ จึงอยากให้เพื่อนๆลองอ่านกันสนุกๆดูครับ

ลงโฆษณากับ Google Adwords โอกาสหรือหายนะ
ปัจจุบันแถบจะหาคนเปิดสมุดหน้าเหลืองเพื่อข้อมูลไม่ได้แล้ว ทุกวันนี้เวลาอยากหาข้อมูลอะไรสักอย่างคนส่วนมากมักจะหาทาง internet และเว็บไซต์ที่คนส่วนมากมักจะนึกถึงเป็นเว็บแรก ๆ ก็คือ Google ลูกค้าจำนวนมากที่สอบถามผมเข้ามาว่าจะติดหน้าแรก Google ต้องทำอย่างไร ผมก็มักจะแนะนำไปตรง ๆ ว่าต้องซื้อ Ads กับ Google ที่ผมไม่แนะนำให้ลูกค้าทำ SEO เองเพราะการทำ SEO จนติดหน้าแรก Google ใช้เวลาค่อนข้างนานโดยเฉพาะ keywords ที่เป็นที่นิยม การทำดีอย่างเดียวไม่พอ ต้องดีกว่าคู่แข่งด้วยถึงจะขึ้นได้ แล้วถามว่าคู่แข่งของเราคือใคร ก็คือเว็บที่เราเห็นทั้งหมดบนการ search ด้วย keywords นั้น ๆ . อย่างนี้แล้วมือใหม่จะไหวหรือครับมือเก่ายังแทบไม่ไหวเลย. ดังนั้นทางลัดที่ผมแนะนำคือซื้อโฆษณากับ Google แต่มาหลัง ๆ ผมไม่รู้ว่ามันจะถูกหรือผิดทีแนะนำไปอย่างนั้น. เชื่อไหมครับลูกค้าบางคนจ่ายเงินวันละ 6,000 บาทโดยไม่ได้ลูกค้าเลย ทำวันแรกแล้วหยุดเลย พร้อมสาบานกับตัวเองว่าจะไม่ลงโฆษณากับ Google อีกแล้ว. ปัญหาคืออะไรครับ ? มีสองอย่างคือ

1. ลงโฆษณาผิดวิธี
ผมให้แนวโน้มที่จะเป็นข้อนี้มากกว่าบางครั้งการตั้งค่าโฆษณาผิด เขียนโฆษณาพลาดก็ทำให้ยอดคลิ๊กคุณมามหาศาลโดยไมได้ลูกค้าเลย. ผมยกตัวอย่างจากประสบการณ์ของตัวเองแต่ก่อนผมทำ Affiliate กับ Amazon โดยใช้เทคนิคแบบเฉพาะเจาจงคือระบุรุ่นและยี่ห้อไปเลยสิ่งที่ทำให้ผมพลาดคือผมดันไปเขียน keywords list ไว้บน notepad เมื่อเซฟและปิดไปและเปิดขึ้นมาใหม่ notepad จะตัดบันทัดมั่ว ๆ ซั่ว ๆ ให้ซึ่งดูยากเพราะ notepad ไม่มี line number ดังนั้นจากที่ผมจะทำโฆษณา Nokia 5800 XpressMusic Unlocked เมื่อมันตัดบรรทัดผิดและผมกรอกในช่อง keyword แบบ text area กลายเป็นว่าผมทำโฆษณาด้วย keyword "Nokia" + "5800 XpressMusic"  อันหลังพอดูได้แต่อันแรกดูแล้วแววเสียเงินโดยไม่ได้ลูกค้ามาแน่. และมันก็มาจริง ๆ โดนกับ keywords "Nokia" โดยไม่ได้ลูกค้าเลยเสียเงินไปฟรี ๆ. นี่เป็นแค่ตัวอย่างครับถ้าเราไม่รู้วิธีเล่นกับ Adwords ก็หมดตัวโดยไม่ได้ลูกค้าเอาง่ายๆ 


2. เจอกับ click-fraud
ผมไม่เคยเชื่อเรื่องของ click-fraud หรือการถูกคลิ๊กมั่ว ๆ ซั่ว ทั้งจากคนที่ไม่รู้และคู่แข่งเพราะมีรายงานออกมาตั้งแต่ปี 2006 ว่าอัตรา click-fraud ของ google มีเพียงแค่ 2% ( อ้างอิงจาก http://www.marketingpilgrim.com/2006/12/google-click-fraud-rate-two-percent.html ) จนไม่กี่วันนี้ผมคิดว่ามันไม่น่าจะใช่. ถึงแม้ว่า Google จะมีวิธีที่ Google มักตอบเป็นเมล์ pattern มาว่า



"Google ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการคลิกและการแสดงผลที่ไม่ถูกต้องเป็นอย่างมาก และห้ามมิให้ใช้วิธีการใดๆ เพื่อสร้างกิจกรรมที่ไม่ถูกต้อง เทคโนโลยีที่เป็นกรรมสิทธิ์ของเราจะพิจารณาว่าการคลิกหรือการแสดงผลมีเจตนาที่จะเพิ่มการเข้าชมของผู้โฆษณาหรือเพิ่มรายได้ของผู้เผยแพร่โดยไม่เหมาะสมหรือไม่ ระบบของเราจะกรองการคลิกและการแสดงผลที่ไม่ถูกต้องออกไปโดยอัตโนมัติก่อนที่การคลิกและการแสดงผลดังกล่าวจะถูกเรียกเก็บเงินจากบัญชีของคุณ"


ถ้าคุณหวังว่าจะได้เงินคืนจากยอดที่ Google หักไปแล้วผมบอกได้สั้น ๆ ว่า "โคตรยาก" ปัญหาที่ผมเจอกับ click-fraud โดยมากไม่ได้มาจากผู้ที่คลิ๊กมั่ว ๆ ซั่ว ๆ แต่มาจากคู่แข่งการค้า ถ้าถามผมว่าทีม Bot ที่จะโจมตีคุณมีไหม ผมกล้าบอกเลยว่า "มีครับ" และมักเกิดใน keywords ที่มีการแข่งขันกัน 2-3 ราย. ดังนั้นผมคิดมาเสมอว่าผมไม่กลัวกับ keywords ที่แข่งกันเป็นร้อยแต่ผมกลัวกับ keywords ที่แข่งกัน 2-3 ราย เพราะยิ่งมีคู่แข่งใน keywords มากโอกาสที่จะถูกแกล้งเพื่อตัดคู่แข่งก็น้อยลงเพราะทำอย่างไรก็ไม่เห็นทางที่จะทำให้เป็นรายเดียวที่อยู่ใน keywords นั้น.  แต่กลับ keywords ที่แข่งกัน 2-3 รายคุณอาจจะเจอ จริงไม่จริง คุณคงต้องลองพิสูจน์ด้วยตัวเองครับ.

ความเข้าใจที่ผิดพลาด
ผมขอสรุปเป็นข้อ ๆ ไปเลยครับ


1.Google Adwords ช่วยเพิ่มยอดขายให้
ตอบ Google Adwords คือช่องทางดูดเงินจากกระเป๋าคุณให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ถ้าคุณไม่รู้จักมัน. ยอดขายที่คุณทำได้มาจากวิธีที่คุณใช้ Google Adwords ไม่ใช่ตัวของ Adwords เอง


2.ยิ่งค่า CTR กับค่า  CR สูงยิ่งดี
ตอบ ดีสำหรับ Google ครับเพราะแสดงผลโฆษณาน้อยแต่ได้ยอดคลิ๊กมาก ไม่เหนื่อย ซึ่ง Google จะมอบโบนัสให้คุณด้วยการลดค่าคลิ๊กลงแต่เงินในกระเป๋าอาจจะหมดโดยไม่ได้ลูกค้าที่มากจากคลิ๊กเหล่านั้นเลยก็ได้. จากประสบการณ์ของผมทีทั้งผิดก็มากถูกก็มีผมไม่เชื่อทฤษฏีนี้ครับ


ปัจจัยที่ทำให้ประสบความสำเร็จ


1.ต้องรุ้ทัน Google Adwords

ผมคิดว่านี่คือหัวใจสำคัญอย่างยิ่ง Google จะไม่มาคอยเตือนเราหรอกครับว่าไม่ควรลงโฆษณาแบบนี้ keywords แบบนี้ เขียน Ads แบบนี้. เรื่องในทางเทคนิคผมคิดว่ามันค่อนข้างยาวบางตำราไทยที่แปลฝรั่งมาก็มีกันเป็นเล่มมากมายใน SEED ผมไม่ขอ comment เพราะไม่เคยอ่าน. สิ่งนึงที่อยากแนะนำครับคือเราควรประเมินผลของโฆษณาให้บ่อยที่สุดเท่าที่มีเวลา คงไม่ต้องถึงกับนั่งเฝ้า แต่ต้องดูแนวโน้มได้ และควรติดตาม interface ใหม่ ๆ ของ Adwords ทีปรับปรุงออกมาเรื่อย ๆ บางครั้งการคลิ๊กเลือกตัวเลือกผิดนิดเดียวก็เป็นหายนะของการทำโฆษณาได้ครับ

2. ต้องรู้ทันตัวเอง
เนื่องจากการลงโฆษณาใน Google เป็นรูปแบบการประมูลแข่งกันใครให้ราคาคลิ๊กดีกว่าก็เลือกแสดงผลของคนนั้น. มันเป็นเรื่องที่ผู้ลงโฆษณาต้องบอกระลึกไว้เสมอว่าการเป็นธุรกิจเล็กทุนน้อยย่อมประมูลสู้ธุรกิจใหญ่เงินหนาได้ยาก. มันเป็นเรื่องปกติครับไม่แปลก บางครั้งการถอยก็เป็นทางเลือกทีดีแต่ไม่ใช่ถอยหนีแต่ถอยแล้วก็ชนะได้ เขียนแบบนี้อาจจะงง แต่มันก็ทำได้นะครับ keywords มีเป็นล้าน ๆ ถ้าลองหาดูคุณจะเจอวิธีที่ใช่สำหรับคุณ ผมเองในตอนแรก ๆ ที่ลง Ads กับ Adwords ก็แทบแย่เหมือนกัน แต่พอจับหลักได้ผมก็สามารถใช้เทคนิคถอยแล้วชนะได้ ยอดค่าใช้จ่ายโฆษณาลดลง แต่ได้ลูกค้ามากขึ้น 2 เท่า บนธุรกิจออนไลน์ที่แข่งขันกันหนักหน่วงธุรกิจนึงเลยนั่นคือธุรกิจ hosting ผมไม่ได้เก่งอะไรเลยผมถอยเพราะสู้รายใหญ่ไม่ได้ในตอนแรกครับและต้องคิดหาเทคนิคเพื่อให้ขายสินค้าได้ไม่งั้นธุรกิจก็เจ๊ง มันเป็นการดิ้นรนเพื่อให้อยุ่รอดต่างหากครับ


จริง ๆ แล้วที่ผมเขียนไว้สองข้อนั้นก็เป็นเพียงหลักกูเท่านั้นครับ บางคน (มีตัวตนจริง ๆ) สามารถทำยอดขายจาก Adwords ได้เป็นล้าน ๆ โดยเสียค่า Ads นิดเดียวเท่านั้น (เมื่อเทียบกับยอดขาย)  โดยแถบไม่รู้เทคนิคอะไรเลย.  แต่ผมมีโอกาสไปวิเคราะห์ดูธุรกิจที่เขาทำผมพบว่าเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันน้อยและรายได้ต่อการซื้อหนึ่งครั้งสูง ซึ่งผมคิดว่าเมื่อไหร่ที่ธุรกิจเขามีคู่แข่งรายอื่นเข้ามามาก ๆ สถานะการณ์มันอาจจะไม่เป็นอย่างนี้แล้วก็ได้ครับ.


จากคุณ : ยิงเสียบสามเหลี่ยม
แหล่งที่มา : http://topicstock.pantip.com/silom/topicstock/2010/07/B9519428/B9519428.html
By Pasit.Ap : https://www.facebook.com/Pasit.CRM







Case study 1.0 : เตรียมตัวอย่างไร ? ก่อนออกไปขาย ลูกค้า Online

 


     หลังจากที่เราได้ Source มาแล้วไม่ว่าจะจากแหล่งไหนก็ตาม ขั้นตอนต่อไปที่เราควรจะทำคือ


1.ตรวจสอบชื่่อกิจการ และ เบอร์โทรของลูกค้าในโปรแกรม Advertiser ของเราว่าตอนนี้ ลูกค้าที่เราหามานั้นอยู่ในสถานะใด


2.ตรวจสอบชื่อกิจการ ของลูกค้าใน Search Engine ต่างๆดูว่าลูกค้าเคยโพส ข้อความขายของ หรือ โปรโมทสินค้าของเขาที่ไหนบ้าง หรือ ลูกค้ามี WebSite ของกิจการเขาแล้วหรือยัง หาจุดเชื่อมโยงให้ได้ว่าเราจะเข้าไปขายอะไรเขา?


3.หากลูกค้าเคยโพสขายของ หรือ ฝากลิงค์ไปยัง Web อื่นๆ ลองสังเกตุชื่อคนที่โพสและเบอร์โทรติดต่อ ไม่แน่เราอาจเจอตัว The Man หรือ คนที่จะเชื่อมโยงให้เราไปเจอกับตัว The Man ก็เป็นได้


4.กรณีที่ลูกค้ายังไม่มี WebSite ก็จะเป็นจุดที่ง่ายที่สุดในการยกหูใช้ SaleTalk ของเราเจาะเข้าไปขาย


5.หากลูกค้ามี WebSite อยู่แล้ว เราก็ต้องมาทำการบ้านต่อ ว่า WebSite ของเขามีการเคลื่อนไหวทางโลก Online ไหม, ลูกค้าโปรโมท WebSite เขาทางไหนบ้าง, และ ตัว WebSite ของเขาดูดีมากน้อยเพียงใดในสายตาของผู้ใช้คนอื่นๆทั่วไป


6.เมื่อได้ข้อมูลเบื่องต้นของลูกค้าแล้ว ขั้นตอนต่อไปที่เราจะทำคือ การโทรติดต่อลูกค้า เพื่อขอโอกาศให้เราได้เข้าไปนำเสนอ Pack Online ต่างๆของเรา ให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจ (The Man) ได้พิจารณา


7.เมื่อสามารถนัดหมายกับ The Man ได้แล้ว ก็เข้าสู่ขั้นตอนการเตรียม  
   งาน ซึ่งแบ่งได้ดังนี้
  -หาตัวอย่าง Landing Page ที่เกี่ยวข้องกับสินค้า หรือ บริการ ที่  
    ลูกค้าขาย จาก  
    http://landingpage.yellowpages.co.th/ 


  - หาตัวอย่าง KeyWord ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าของลูกค้า ใน Web 
    Yellowpages ของเรา


  - หาคู่แข่งที่ทำธุรกิจเหมือนของลูกค้า ที่ซื้อ Online Package TypLive กับ Yellowpages เพื่อใช้เป็นตัวอย่างในการเปรียบเทียบ อ้างอิง และ แสดงถึงความนิยม ในการลงโฆษณา Online Package TypLive กับทางYellowpages


8.ขั้นตอนสุดท้ายคือการ คัดเลือก Online Package TypLive ของเราว่า ควรจะนำ เสนอ Package ใดให้แก่ลูกค้า โดยใช้  ข้อมูลเบื้องต้นต่างๆ มาประกอบการพิจารณา ( ควรเลือกไป 2 Package คือ Package ที่เราอยากจะขายให้  ลูกค้า และ Package ที่มีราคาต่ำลงมาในเกณฑ์ที่ลูกค้าน่าจะรับได้ในกรณีที่ไม่เอา ใน Package ที่เรานำ เสนอ)




     หากเรายอมเสียเวลาสักนิดในการค้นหาข้อมูลเบื่องต้นของลูกค้า จะทำให้เราสามารถวางแผนงานในการขาย ในขั้นต่อไปได้อย่างเป็นระบบ และมีโอกาศที่เราจะปิดการขายได้อย่างสมบูรณ์ อย่างสูง

      By Pasit.Ap : www.facebook.com\Pasit.CRM