แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Digital Marketing แสดงบทความทั้งหมด

SEOสูตรใครก็สูตรมันสิ

     

      ว่าด้วยเรื่องของการทำ SEO : Search Engine Optimisation นั้นมีมาช้านานแล้วและมีหลากหลายตำรามากมายให้เราได้ค้นหาอ่านกันทั้งทางโลกOnline,หนังสือ,หรือบทความต่างๆ แต่ละแนวทางก็ล้วนมีจุดมุ่งหมายสำคัญเพียงอย่างเดียวเท่านั้นคือการทำให้WebSiteของตัวเองแสดงผลอยู่หน้าแรกๆของGoogle โดยวิธีที่ทำก็มีหลายหลายวิธีเช่นกัน บางกูรูก็ว่าวิธีการทำให้ WebSite ของตัวเองมาแสดงผลอยู่หน้าแรกๆของGoogleนั้นแบ่งออกเป็นสองแนวทางใหญ่ๆคือ

1.การซื้อโฆษณากับGoogleAdWordsโดยใช้วิธีPPC:Pay Per   
   Cilck
   คือการทำโฆษณาบนหน้าGoogleให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการ ซึ่งเมื่อคลิกที่โฆษณานั้นก็จะLinkไปยังWebSiteที่เรากำหนดไว้ ซึ่งเราจะเสียค่าใช้จ่ายก็ต่อเมื่อมีคนคลิกเท่านั้น โดยโฆษณาของเราจะปรากฎตามKeywordที่เราเลือก ซึ่งKeywordแต่ละคำก็จะมีคนให้มูลค่าของมันไม่เท่ากัน ใครให้มากกว่า ก็ให้ขึ้นก่อน เงินใครหนาก็อยู่ได้นานกว่า ดังนั้นปัจจัยแห่งความสำเร็จของวิธีนี้ก็คือจำนวนเงินที่ไปกองไว้กับGoogleนั้นเอง ถ้าเงินหมดก็จบกัน

2.การทำSEOโดยตรง
   ยังสามารถแบบออกเป็น 2 แนวทางใหญ่ๆคือ

2.1การทำSEOสายขาวหรือWhiteHat



         คือการทำโดยใช้กระบวนการตามข้อกำหนดของ Seach Engine ทั้งหลาย ซึ่งวิธีการเหล่านั้นก็คือ การทำตามปกติของการทำ SEO โดยทั่วไปแบ่งย่อยได้ 2 วิธีใหญ่ๆ

     การทำSEOแบบ On Page หรือ On Site 
     คือกระบวนการปรับแต่งSEOบนWebSiteของเราเอง


   1.การออกแบบหน้าWebSiteสำหรับSEO  
        ซึ่งการออกแบบหน้าWebSiteที่ดีนั้นควรจะมี
       -เนื้อหาและวัตถุประสงค์ของWebSiteต้องชัดเจน คือต้องการทำWebSiteอะไร เนื้อหาข้อมูล    
         ภายในเว็บก็ควรไปในทิศทางเดียวกันทั้งWebSite
       -ขนาดขององค์ประกอบต่างๆที่อยู่บนเว็บควรมีขนาดที่เหมาะสม เน้นความสบายตาของผู้เข้าชม
       -ออกแบบให้หน้าเพจต่างๆภายในWebSiteมีการเชื่อมโยงถึงกัน คือให้มีLinkเชื่อมโยงกันภายใน
         WebSiteถึงกันทุกหน้าเสมอ
       -จัดทำแผนผังWebSiteหรือSiteMapให้เหมาะสม เพื่อช่วยให้คนที่เยื่ยมชมและBotเข้าใจแผนผัง  
         ของWebSiteเราได้อย่างง่ายดาย
       -เน้นหัวข้อหรือKeywordของWebSiteด้วยการใส่ตัวหนาหรือใส่Linkในหัวข้อที่สำคัญ
       -แทรกURLในTextหรือรูปภาพเสมอ (ทำให้ติดนิสัยนะครับส่วนนี้จะช่วยเราได้มาก)
       -ความรวดเร็วในการโหลดเข้าหน้าเว็บควรออกแบบให้โหลดได้อย่างรวดเร็วจึงควรหลีกเลี่ยงภาพ
         กราฟฟิกที่กินพื้นที่เยอะๆหรือภาพขนาดใหญ่ที่เกินความจำเป็น
       -ควรตั้งชื่อURLให้เกี่ยวข้องกับเนื้อหาภายในWebSite
   
    2.การปรับแต่งโดยเพิ่มKeywordลงในWebSite
     คือการปรับแต่งแก้ไขในส่วนของภาษาHTMLคือการเพิ่มKeywordลงไปในส่วนของ
        Title เป็นข้อความสำหรับบอกให้ทราบว่าหน้าWebSiteที่กำลังแสดงผลอยู่นั้นมีหัวข้อเกี่ยวกับอะไร
        Meta Tag Description เป็นการบรรยายถึงรายละเอียดหน้าWebSiteนั้นๆของเรา
        Meta Tag Keyword เป็นการกำหนดค่าสำหรับการค้นหาข้อมูลในWebSiteหน้านั้นๆ

   3.การแลกLinkกับWebSiteอื่นๆ
     เป็นเทคนิคในการเพิ่มค่าPRให้กับWebSiteเราเหมือนกับการทำBackLinkคือการทำWebSite 2   WebSiteให้เชื่อมโยงกันผ่านLink ยิ่งถ้าเว็บที่รับแลกLinkนั้นมีค่าPRสูงก็จะทำให้WebSiteเรามีค่า
PRสูงขึ้นตามไปด้วยโดยมีข้อแม้ว่าWebSiteเหล่านั้นจะต้องมีเนื้อหาทีเกี่ยวข้องกับWebSiteของเรา
และอาจส่งผลให้WebSiteเราติดอันดับGoogleได้อีกด้วย
         -การแลกLinkมี2วิธีคือ การฝากBannerฟรีตามเว็บต่างๆ หรือแบบเสียค่าใช้จ่ายให้กับWebSiteที่   
          มีค่าPRสูงๆที่รับแลกLink
         -การสร้างLinkWheelหรือวงล้อเชื่อมโยง คือการสร้างWebSiteที่มีเนื้อหาคล้ายคลึงกันแล้ว  
          ทำBackLinkให้เชื่อมโยงถึงกันและสุดท้ายก็ต้องทำLinkกลับมายังWebSiteหลักของเรา



      การทำSEOแบบ Off Page หรือ Off Site
     คือกระบวนการปรับแต่งSEOที่นอกเหนือไปจากการปรับแต่งจัดการหน้าWebSiteของเราเองซึ่ง อาจทำได้โดยวิธีการเหล่านี้

     

   1.การทำBackLinkด้วยการโพสต์
      การเพิ่มจำนวนBackLinkนั้นสามารถทำได้หลายวิธีดังต่อไปนี้
          -การโพสขายสินค้า(Submit Article) ด้วยKeywordที่มีบนWebSiteของเรา ควรเลือกโพสขาย   
           สินค้าในเว็บที่มีค่าPRสูงๆเช่น http://www.marketthai.com, http://www.pantipmarket.com/
            http://www.dealfish.co.th/ ,http://www.tarad.com/
      -การโพสตอบกระทู้ด้วยคีย์เวิร์ดที่มีบนWebSiteเรา หรือการโพสตอบกระทู้โดยแทรกลายเซ็นต์ 
            ต่อท้ายไว้ในกระทู้ที่ตอบ คือการใส่ชื่อWebSiteของเราและทำให้สามารถLinkกลับมายัง
            WebSiteหลักของเรานั้นเอง
          -การนำเอาWebSiteหรือBlogของเราไปSubmitที่ WebDirectory หรือ WebSiteต่างๆ
          -การแลกLinkกับWebSiteอื่นๆ

     2.จัดทำSiteMapหรือแผนผังWebSite
      การทำSiteMapทำเพื่อที่จะระบุว่าWebsiteของเรานั้นมีหน้าเว็บเพจต่างๆอยู่ที่ไหนบ้าง มีการ   
 เชื่อมโยงกันอย่างไรทั้งหมดเพื่อที่จะอำนวยความสะดวกให้กับBotของGoogleเข้ามาเก็บข้อมูล
 ในWebSiteของเรา

      3.SubmissionWebSite
      การซับมิทเว็บไซต์คือการประกาศหรือบอกให้SearchEngineดังๆทั้งหลายทราบว่ามีWebSite
  ของเราอยู่ในโลกของInternetแล้ว WebSiteของเราชื่อนี้นะ เพื่อที่จะให้ทางGoogleหรือWebSiteต่าง
  ๆได้เก็บข้อมูลWebSiteของเราลงในDirectory การSubmissควรทำกับWebดังๆ  
  อย่างYahoo,Sanook,Yellowpages,หรือWebที่มีค่าPRสูงๆ นอกจากนั้นอาจมีวิธีอื่นๆอีกเช่น
           -การเรียกBotเข้ามาเก็บข้อมูลด้วยPing( Pingจะทำงานก็ต่อเมื่อมีการUpDateข้อมูลเนื้อหาใหม่ๆ  
            ภายในWebSiteของเราเกิดขึ้น
           -การเพิ่มสคริปต์เรียกBotบนHTML WebSite

      4.การUpDateContentผ่านทางSMO
       SMOหมายถึง(SocialMediaOptimisation)วิธีนี้ถือว่ากำลังได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักทำSEOทั้งหลายเนื่องจากตัวเลขการเติบโตของSocialMediaต่างๆกำลังดีวันดีคืนโดยเฉพาะ
Facebook,Twitter,Youtubeและน้องใหม่มาแรงทั้งหลายอย่างInstagram,GooglePlus เหตุผลสำคัญที่ทำให้ช่องทางนี้เป็นที่นิยมเพราะการUpdateContentต่างๆหรือรูปภาพที่เกี่ยวข้องกับKeyWordในธุรกิจเรามันสามารถถูกShareได้โดยตัวUserทั่วไปที่เข้ามาอ่านดังคำที่ว่าถ้าชอบกดLikeถ้าใช้กดShare
ข้อมูลContentก็จะถูกส่งต่อออกไปอย่างรวดเร็วหรืออาจถึงขั้นเป็นViralเลยก็ได้
      
    2.2การทำSEOสายดำหรือBlackHat
                  

        เป็นการทำให้WebSiteของเราติดอันดับแรกๆของGoogleอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจวิธีการทำว่าจะถูกหลักหรือถูกต้องหรือไม่ก็คือว่าเป็นการโกงนั้นเอง(โกงในที่นี้คือการโกงBotของGoogleนั้นเอง)ส่วนวิธีใหญ่ๆที่นักทำSEOสายนี้นิยมทำได้ก็ได้แก่
         -การSpamKeyWord คือการเขียนKeyWordแบบซ้ำไปซ้ำมาหรือถ้าจะให้เข้าใจง่ายๆก็คือเขียนเนื้อหาเพื่อให้Botอ่านไม่ใช่ให้คนอ่าน หวังผลทางด้านอันดับในGoogleเพียงอย่างเดียว
         -การCopyหน้าPage
         -การทำWebSiteแจกของฟรีทั้งหลายเช่น เว็บXXX ,เว็บแจกเพลงหรือคลิปหลุด, และอื่นๆอีกมากมายเพื่อหวังผลจำนวนBackLInkอันมหาศาลที่ไหลกลับมาหาเรา
         -การจ่ายเงินจ้างผู้ที่รับจ้างปั่นWebอีกทีโดยวิธีที่พวกนี้ชอบใช้กันคือส่งEmailเชิญชวนทำงานที่บ้านโดยจ่ายเงินแลกกับจำนวนคลิกที่ตัวเองต้องการปั่นให้WebSiteนั้นๆขึ้นอันดับ

         นอกจากนั้นยังมีอีกหลายวิธีที่พวกสายดำนั้นทำกัน แม้ผลของการทำSEOแบบสายดำนั้นจะทำให้WebSiteคุณขึ้นอันดับอย่างรวดเร็ว ถ้าสามารถรอดหูรอดตาบรรดาSearch Engine ต่างๆได้ก็ดีไป
แต่หากถูกBotจับได้หรือโดนตรวจพบเจอถือว่าคุณซวยแบบสุดๆเลย เพราะWebคุณจะถูกDe-IndexออกจากสารระบบของSearch EngineทุกชนิดโดยเฉพาะGoogleและจะไม่มีใครในโลกนี้หาWebSiteคุณเจออีกเลย


       
          ผู้เขียนอยากให้เห็นภาพการทำSEOซึ่งจะอุปมาอุปไมยเหมือนภูเขาน้ำแข็งที่ส่วนบนของภูเขา ก็เหมือนการทำSEOแบบOn Pageคือการปรับแต่งทำSEOภายในWebของเราเองซึ่งอาจสู้การทำSEOแบบ Off Pageไม่ได้เพราะการทำจากภายนอกนั้นมีวิธีการทำที่หลายหลายกว่าและอาจเป็นรากฐานสำคัญในการทำSEO เปรียบเหมือนดังส่วนล่างของภูเขาน้ำแข็งที่เป็นรากฐานของภูเขาน้ำแข็งทั้งลูกนั้นเอง
           สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่าลงมือทำ ต่อให้อ่านมากแค่ไหนแต่ถ้าไม่ลองลงมือทำเราจะรู้ได้อย่างไรว่าการทำSEOวิธีไหนกันแน่ที่ได้ผล ดั้งนั้นเราควรลองลงมือทำด้วยตัวเราเองดูก่อนครับ ไม่แน่คุณอาจค้นพบวิธีการทำSEOที่สุดยอดและไม่เหมือนใครก็ได้ครับ

By Pasit.Ap: http://www.facebook.com/Pasit.CRM
                                 
                                 http://dmkt-pasit.blogspot.com/2012/09/seo.html





ใน 60 วินาที เกิดอะไรขึ้นบ้างในโลกของ Social Network

ใน 60 วินาที เกิดอะไรขึ้นบ้างในโลกของ Social Network 
ไม่ว่าจะเป็น Twitter Facebook Youtube


ใน 60 วินาที…

- มีการอัพเดทสถานะ Facebook เป็นจำนวน 695,000 สถานะ
- มีการ Tweet มากกว่า 98,000 ครั้ง
- มีคลิปถูกอัพโหลดเข้า Youtube กว่า 600 คลิป คิดเป็นความยาวกว่า 25 ชั่วโมง
- มีการค้นหาด้วย Google กว่า 694,445 ครั้ง
- มีการโทรบน Skype กว่า 370,000 นาที
- มีการดาวน์โหลดแอพบน iPhone กว่า 13,000 ครั้ง
- มีรูปภาพถูกอัพโหลดเข้า flickr กว่า 6,600 ภาพ
- มีโดเมนเนมถูกจดทะเบียนกว่า 70 โดเมน
- มีอีเมลถูกส่งกว่า 168 ล้านฉบับ

   แหล่งที่มา : http://www.go-gulf.com/blog/60-seconds

Digital Marketing



Digital Marketing : เป็นการทำการตลาดบนโลก Online ผ่านช่องทาง Internet และ Technology ผสมผสานกัน โดยใช้ Social Network เป็นกลยุทธิ์ทางการตลาด ซึ่ง Digital Marketing เป็น Technology ทางการตลาดที่ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว ขึ้นอยู่กับความคิดสร้างสรรค์ที่จะสื่อสารออกมาให้ลูกค้าเข้าใจเป็นยุทธวิธีที่ทันสมัยและกำลังเป็นช่องทางใหม่ ที่นักการตลาดส่วนใหญ่เลือกใช้


ทำไมต้องเป็น Digital Marketing ? :  เราต่างปฏิเสธไม่ได้ว่าในช่วงเวลา 3-4 ปีหลังมานี่ อัตราการใช้งาน ของผู้ใช้ Internet ผ่านทาง Social Network เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆและมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นต่อไปอีก โดยการคาดการณ์ของ Morgan Stanley Research ว่าตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมาตัวเลขผู้ใช้ Social Network  ผ่าน Web Site ต่างๆมีจำนวนมากกว่า  859 ล้านล้านคน






กราฟแสดงผลต่างๆ บ่งบอกแล้วว่า แม้กระทั้ง การติดต่อกันผ่านทาง Email ซึ่งเป็นการติดต่อแบบพื้นฐานที่เราใช้กันมานาน จนไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีการติดต่อช่องทางใด จะได้รับความนิยมมากไปกว่าช่องทาง Email แล้ว ยังต้องหลีกทางให้กับ การติดต่อผ่าน Social Network  เพราะสังคมของผู้ใช้ Internet ปัจจุบันมีการรวมกลุ่มกันเป็นกลุ่มย่อยๆ มีความสนใจ ชอบอะไรเหมือนกัน และ มีการส่งข้อมูลข่าวสารกันผ่านภายในกลุ่ม หากใครที่เป็นคนนอกกลุ่ม มีโอกาศได้อ่านรับรู้ข้อมูลแล้วเห็นว่าดี มีประโยชน์ก็สามารถแชร์ ให้กับกลุ่มของตนเองได้ ด้วยเหตุผลข้อดีของการทำการตลาดผ่าน Social Network หลายๆอย่างมารวมกัน จึงทำให้นักการตลาดสมัยใหม่หันมามอง และ นิยมจะใช้สือโฆษณาผ่านทาง Digital Marketing เพิ่มมากขึ้น 



 ช่องทางของการตลาดแบบ Digital Marketing มีอยู่หลายช่องทางใหญ่ๆ ที่น่าสนใจในปี 2011 นั้น มีดังนี้
1.Face Book Page
2.Twitter Promoted
3.Mobile Appication 
4.OnLine Advertising
5 YouTube Vidio
6.Online Game


By Pasit.Ap
แหล่งที่มา http://www.briansolis.com/2010/01/2010-social-network-advertising-and-marketing-outlook/?utm_source=Webbiquity