แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ social network แสดงบทความทั้งหมด

ใน 60 วินาที เกิดอะไรขึ้นบ้างในโลกของ Social Network

ใน 60 วินาที เกิดอะไรขึ้นบ้างในโลกของ Social Network 
ไม่ว่าจะเป็น Twitter Facebook Youtube


ใน 60 วินาที…

- มีการอัพเดทสถานะ Facebook เป็นจำนวน 695,000 สถานะ
- มีการ Tweet มากกว่า 98,000 ครั้ง
- มีคลิปถูกอัพโหลดเข้า Youtube กว่า 600 คลิป คิดเป็นความยาวกว่า 25 ชั่วโมง
- มีการค้นหาด้วย Google กว่า 694,445 ครั้ง
- มีการโทรบน Skype กว่า 370,000 นาที
- มีการดาวน์โหลดแอพบน iPhone กว่า 13,000 ครั้ง
- มีรูปภาพถูกอัพโหลดเข้า flickr กว่า 6,600 ภาพ
- มีโดเมนเนมถูกจดทะเบียนกว่า 70 โดเมน
- มีอีเมลถูกส่งกว่า 168 ล้านฉบับ

   แหล่งที่มา : http://www.go-gulf.com/blog/60-seconds

Twitter Promote




        ในชั่วโมงนี้หากมีการพูดถึง Twitter น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก Social Network ตัวนี้ ด้วยการทำงานแบบ Micro Blogging ใช้ส่งข้อความแบบสั้นๆ กระชับ แต่ได้ใจความ เสมือนเป็นการส่ง SMS ในโลกของ Social Network ก็ว่าได้ ด้วยคุณสมบัติที่เป็นเครื่องมือการสื่อสารที่รวดเร็ว เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่าย ทำให้นักการตลาดนำมาประยุกต์ใช้ในรูปแบบที่แตกต่างกันไป เช่น ใช้ในการแจ้งข่าวสารใหม่ๆของบริษัท, ใช้สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM) ,ใช้เป็นช่องทางในการดูแลลูกค้า (Customer Care), หรือใช้ในการนำเสนอ Promotion พิเศษ เป็นต้น


ล่าสุด CNN Money เปิดโผ Twitter องค์กรที่มีผู้ติดตาม (Followers) มากที่สุดในโลกนับตั้งแต่มีการเปิดใช้บริการ Twitter โดย Google เป็นแชมป์องค์กรที่มีผู้ติดตามมากที่สุดในโลก ขณะที่ CocaCola เครื่องดื่มน้ำดำยอดนิยมตลอดกาล งานนี้ก็ติดโผเป็น 1 ใน 9 อันดับด้วย และองค์กรทั้ง9ที่มีผู้ติดตามมากที่สุดในโลก มีดังนี้
1. Google/@google/Followers : 3,012,238
2.WholeFood/@WholeFood/Followers :1,916179
3.Dell/@Dell,/ Followers: 1,584,837
4. สายการบิน Southwest/@SouthwestAir/Followers : 1,107,156
5. เครื่องดื่มโคคา-โคลา/@CocaCola/Followers : 254,618
6. เดลต้า/@Delta, @DeltaAssist/Followers : 180,000
7. ทาร์เก็ต/@Target/Followers : 126,563

8. อเมริกัน เอ็กซ์เพรส/@AmericanExpress/Followers : 120,343

9. แม็กโดนัลด์/@McDonalds/Followers: 120,277

                                      ส่วนการจัดอันดับของไทย ก็เรียงตามรูปด้านบนเลยครับ

         ในวันที่ 13 เมษายน 2010 Twitter ได้ประกาศแพลตฟอร์มโฆษณาให้กับบริษัทต่าง ๆ ในชื่อ “Promoted Tweets” เพื่อให้ปรากฎอยู่ใน selective search results บนเวบไซต์ของ Twitter ซึ่งจะมีลักษณะเหมือนกันกับ Google Adwords’ advertising model และมีบริษัทที่สนใจเข้าใช้ Promoted Tweets แล้วได้แก่ Sony Pictures, Red Bull, Best Buy, และ Starbucks มาทำความรู้จักกับ Revenue Model ของ Twitter กัน

1. Promoted Tweets
Promoted Tweets คือ ข้อความ Tweets ปกติ ที่ผู้โฆษณาเสียค่าใช้จ่ายเพื่อให้ข้อความนั้นปรากฏในกลุ่มผู้ใช้ที่กว้างขึ้น Promoted Tweets จาก advertising partners จะปรากฎที่ด้านบนสุดของ search results page บน Twitter.com Promoted Tweets จะมีป้ายระบุ “Promoted” และมีแถบสีเหลืองให้เห็นชัดเจน ส่วนอื่น ๆ จะปรากฏเช่นเดียวกันกับการ Tweets ข้อความปกติ ซึ่งจะไปปรากฎใน Timelines ของ followers
Promoted Tweets ยังคงมี function เช่นเดียวกันกับการ Tweet ข้อความปกติ ทั้ง Replying, Retweeting และ Favorite Promoted Tweets จะปรากฎอยู่ใน search ใน Twitter.com, ecosystem partners และ user timelines ใน Hootsuite.com

2. Promoted Trends
Promoted Trends คือ advertising concept ใหม่ที่เริ่มทดลองใช้เมื่อ June 2010 ซึ่งเป็นส่วนต่อขยายจาก Promoted Tweets Platform
Promoted Trends จะปรากฎที่ส่วนบนสุดใน Trending Topics list และมีข้อความระบุว่า “Promoted’ เป็นแถบสีเหลืองระบุไว้ ผู้ใช้ Twitter ทุกคนสามารถเห็น Promoted Trends ได้ตลอดเวลาที่มีการ Promoted

3. Promoted Accounts
Promoted Accounts เป็นส่วนหนึ่งใน Suggestions for you” ซึ่งจะแนะนำ accounts ที่ยังไม่ได้ follow และเป็น accounts ที่น่าสนใจ และก็เช่นเดียวกับ Promoted Tweets และ Promoted Trends คือจะข้อความระบุว่า “Promoted’ เป็นแถบสีเหลืองระบุไว้
MARKET OPPORTUNITYTwitter ได้แสดงให้เห็นการเติบโตที่แข็งแกร่งกว่าปีที่ผ่านมา ตัวเลขใหม่ที่ออกโดย Nielsen Market Research ระบุว่าอัตราการเข้าชม Twitter เพิ่มขึ้นถึง 45% และมีมากกว่า 20 ล้านผู้เข้าชมที่ไม่ซ้ำกันTwitter มีอัตราการยอมรับที่สูงมาก และด้วยความเป็น social network ที่เติบโตมากขึ้น (จาก 261 ล้านผู้ชมที่ไม่ซ้ำกันรวมถึง 314 ล้านผู้ชมที่ไม่ซ้ำกันในปีที่ผ่านมา), Twitter ยังคงเดินหน้าต่อไปเพื่อเป็นผู้นำใน  social network

By Pasit.Ap
แหล่งที่มา 

Face Book Fan Page

เราต่างปฎิเสธไม่ได้ว่า Face Book Fan Page นี่คือสุดยอดเครื่องมือสื่อสารการตลาดในยุคของ Social Network อย่างแท้จริง โดยข้อมูลอ้างอิงจาก Asia Marketing Research, Internet Usage, Population Statistics and Facebook Information บอกว่าปัจจุบันยอดผู้ใช้งานเครือข่ายสังคมออนไลน์ในไทยเราเพิ่มขึ้นทุกขณะ เมื่อเทียบกับจะนวนประชากรกับประเทศเพื่อนบ้าน, Internet World Stat ได้สรุปจำนวนผู้ใช้งาน Facebook ในเอเชียดังนี้


จำนวนผู้ใช้งาน Facebook ในประเทศไทย สถิติ ณ วันที่ 31 เดือน มีนาคม 2011 มีจำนวน 8,669,680 คน
เพิ่มขึ้นกว่าช่วง วันที่ 31 ธันวาคม 2010 ถึง 1,936,900 คน และ มีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

 Fan Page เกิดมาเพื่อเสริมช่องทางการติดต่อกับ ลูกค้า หรือ ผู้บริโภค โดยเน้นในด้าน CRM
 ( Customer Relationship Management ) และ อาจใช้เป็นช่องทางในการ Promote สินค้าและบริการ ของกิจการคุณก็ได้ ซึ่งการใช้ ช่องทาง Fan Page ในการทำการตลาด ก็ไม่มีกฎตายตัว แล้วแต่ความถนัด ความคิดสร้างสรรค์ของ เจ้าของ Page เป็นหลัก ซึ่งเหตุผล และ ข้อดี ในการทำ Fan Page มีดังนี้ 


1. เป็นช่องทางในการ Promote ธุรกิจของคุณ
2. สามารถเพิ่มจำนวนคนเข้า Web Site หลักของธุรกิจของคุณได้โดยการใส่ Link Facebook FanPage 
   เข้า Web site หลักของคุณ
3. เพิ่มประสิทธิภาพในการการทำ  SEO ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับธุรกิจของคุณ
4. เป็นการสร้าง Community ให้กับผู้บริโภคหรือกลุ่มลูกค้าได้ง่ายขึ้น เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถ Post แสดง 
   ความคิดเห็นที่เกี่ยวข่องกับสินค้าและบริการของคุณ
5. เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้โดยตรง ถ้าสมาชิกคนนั้นมาเป็น Fan Page แล้วก็สามารถส่ง ข้อความถึงพวกเขา 
   ได้โดยตรงและเลือกได้ว่าจะส่งให้ใครบ้าง
6. เสริมสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ( CRM ) ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
7. สร้างพื้นที่ให้ผู้จงรักภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty)  ได้บอกต่อ
8. เพิ่มพื้นที่ในการรับฟังและจับตามองดูพฤติกรรมลูกค้า เพื่อนำมาพัฒนาต่อยอดธุรกิจ ของคุณ
9. มีเครื่องมือวัดผลที่แม่นยำ เช่น จำนวนคนเข้ามา comment เพศ อายุ  การศึกษา
10. ช่วยให้ธุรกิจของคุณตามคู่แข่งให้ทัน


แสนสิริจัดทำ Fan Page ของตัวเองขึ้นโดยใช้ชื่อว่า Sansiri Family เพื่อเป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสาร รับฟังความคิดเห็นของลูกค้าที่ซื้อ บ้าน คอนโด ของตน พร้อมทั้งจัดกิจกรรม เพื่อส่งเสริมการขาย อย่างต่อเนื่อง


By Pasit.Ap

Digital Marketing



Digital Marketing : เป็นการทำการตลาดบนโลก Online ผ่านช่องทาง Internet และ Technology ผสมผสานกัน โดยใช้ Social Network เป็นกลยุทธิ์ทางการตลาด ซึ่ง Digital Marketing เป็น Technology ทางการตลาดที่ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว ขึ้นอยู่กับความคิดสร้างสรรค์ที่จะสื่อสารออกมาให้ลูกค้าเข้าใจเป็นยุทธวิธีที่ทันสมัยและกำลังเป็นช่องทางใหม่ ที่นักการตลาดส่วนใหญ่เลือกใช้


ทำไมต้องเป็น Digital Marketing ? :  เราต่างปฏิเสธไม่ได้ว่าในช่วงเวลา 3-4 ปีหลังมานี่ อัตราการใช้งาน ของผู้ใช้ Internet ผ่านทาง Social Network เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆและมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นต่อไปอีก โดยการคาดการณ์ของ Morgan Stanley Research ว่าตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมาตัวเลขผู้ใช้ Social Network  ผ่าน Web Site ต่างๆมีจำนวนมากกว่า  859 ล้านล้านคน






กราฟแสดงผลต่างๆ บ่งบอกแล้วว่า แม้กระทั้ง การติดต่อกันผ่านทาง Email ซึ่งเป็นการติดต่อแบบพื้นฐานที่เราใช้กันมานาน จนไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีการติดต่อช่องทางใด จะได้รับความนิยมมากไปกว่าช่องทาง Email แล้ว ยังต้องหลีกทางให้กับ การติดต่อผ่าน Social Network  เพราะสังคมของผู้ใช้ Internet ปัจจุบันมีการรวมกลุ่มกันเป็นกลุ่มย่อยๆ มีความสนใจ ชอบอะไรเหมือนกัน และ มีการส่งข้อมูลข่าวสารกันผ่านภายในกลุ่ม หากใครที่เป็นคนนอกกลุ่ม มีโอกาศได้อ่านรับรู้ข้อมูลแล้วเห็นว่าดี มีประโยชน์ก็สามารถแชร์ ให้กับกลุ่มของตนเองได้ ด้วยเหตุผลข้อดีของการทำการตลาดผ่าน Social Network หลายๆอย่างมารวมกัน จึงทำให้นักการตลาดสมัยใหม่หันมามอง และ นิยมจะใช้สือโฆษณาผ่านทาง Digital Marketing เพิ่มมากขึ้น 



 ช่องทางของการตลาดแบบ Digital Marketing มีอยู่หลายช่องทางใหญ่ๆ ที่น่าสนใจในปี 2011 นั้น มีดังนี้
1.Face Book Page
2.Twitter Promoted
3.Mobile Appication 
4.OnLine Advertising
5 YouTube Vidio
6.Online Game


By Pasit.Ap
แหล่งที่มา http://www.briansolis.com/2010/01/2010-social-network-advertising-and-marketing-outlook/?utm_source=Webbiquity